skip to Main Content

SOUTH : จนท.อ้างห่วงมือที่ 3 แฟลชม็อบ เข้าเยี่ยมบ้าน น.ส.ซูรัยยา ฝ่ายการต่างประเทศ PerMas รวมถึงนักกิจกรรมหลายคนที่ร่วมแฟลชม็อบดังกล่าว

วันที่ 11 สิงหาคม 2563 สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี หรือ PerMAS รายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. มีเจ้าหน้าที่จำนวน 4 นายเข้าพบผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อให้พาไปพบกับ น.ส.ซูรัยยา ฝ่ายการต่างประเทศ PerMAS และเป็นหนึ่งในคนที่ขึ้นปราศรัยในกิจกรรมแฟลชม็อบ ที่มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ 2 ส.ค. แต่ไม่พบเจ้าตัว เจอเพียงแม่ของ น.ส.ซูรัยยาอยู่ที่บ้าน และได้ขอบัตรประชาชน แต่แม่ของ น.ส.ซูรัยยาปฏิเสธ และบอกว่าให้รอคุยกับพ่อของ น.ส.ซูรัยยา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้ามาคุยอีกครั้งในวันที่ 14 ส.ค. ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อ้างว่าต้องการมาพบเพราะเป็นชุดคุ้มครอง กลัวมีมือที่ 3

กรณีต่อมา ทหารจาก ฉก.25 ปัตตานี(วัดหลักเมือง) เจ้าหน้าที่ทหาร 4 นาย และอส.ในพื้นที่3นาย โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ ให้มาหา นายอับดุลมานัฟ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองปัตตานี และอดีตคณะทำงานอดีตพรรคอนาคตใหม่ จังหวัดปัตตานี หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมในงานแฟลชม๊อบที่ มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี แต่เจ้าตัวไม่อยู่บ้าน พบเพียงภรรยา พ่อและแม่ โดยมาสอบถามข้อมูลว่าทำงานที่ไหน ขับรถอะไร สีอะไร และขอข้อมูลบัตรปชช. หมายเลขบัตรประชาชน แต่ทางครอบครัวไม่ได้ให้ข้อมูลไป

นอกจากนี้ยังมีกรณีของนายอุสมาน อดีตนักศึกษาม.อ.ปัตตานี ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บันนังสตา และตำรวจจากจังหวัดยะลา 10 นาย เข้าไปขอข้อมูลรวมถึงถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชน ขณะที่นายซุลกิฟลีครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง หนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมฯ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 12 นายเข้าไปเยี่ยมที่บ้านในจังหวัดยะลา ซึ่งทางเจ้าหน้าได้คุยกับคนในบ้าน พร้อมกับเอารูปเจ้าตัวมาให้คนในครอบครัวดู และถามว่าเจ้าตัวเป็นแกนนำจัดกิจกรรมที่มัสยิดกรือเซะหรือเปล่า และถามว่าในฐานะแกนนำมีข้อเสนอต่อนายกอย่างไรบ้าง

ขณะที่ เวลา11.00 น. ของวันที่ 11 ส.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ ไม่แจ้งหน่วยและสังกัด ประมาณ 10 นาย ได้เข้ามาถามหานายอริสมัน อดีตนักกิจกรรมนักศึกษามหาลัยราชภัฏยะลา ที่บ้าน ใน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เหตุเนื่องจากนายอริสมัน เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมม๊อบที่ มัสยิดกรือเซะ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 2 ที่ผ่านมา แหล่งข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งกับบิดาว่าให้นายอริสมัน เลิกเคลื่อนไหวเรื่องการเมืองและเรื่องรัฐธรรมนูญ หากมีอะไรให้ทางอริสมันไปพบเจอหรือคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรงว่าต้องการอะไร ให้ไปหาเจ้าหน้าที่ที่หน่วยได้เลย ซึ่งทางนายอริสมันคิดว่าการแสดงออกทางการเมืองเป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะแสดงออกและพึ่งกระทำได้ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะกลับทางครอบครัวได้ถามถึงการมาหาของเจ้าหน้าที่เช่นนี้ว่าต้องการอะไร?ทางเจ้าหน้าที่ได้บอกว่า “นายสั่งมา” เหตุการณ์ในครั้งนี้ทางนายอริสมันรู้สึกไม่พอใจอย่างมากที่เจ้าหน้าที่ได้ไปคุกคามถึงที่บ้านทั้ง ๆ ที่เจ้าหน้าที่สามารถที่จะติดต่อพูดคุยกับอริสมันโดยตรงแต่กลับกันเจ้าหน้าที่ไปหาตัวที่บ้านมันเหมือนกันคุกคามครอบครัวที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไปด้วย

ขณะที่ เวลา 16.00 น.วันที่ 11 ส.ค. มีเจ้าหน้าที่ทหารมาที่บ้านของนายอัสริ คณะก้าวหน้าและอดีตเลขานุการคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ ปัตตานี ซึ่งขณะนั้นไม่ใครอยู่ที่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงยืนอยู่หน้าบ้านและถ่ายรูปบริเวณพื้นที่บ้านเก็บเอาไว้ ประจวบเหมาะกับแม่ของนายอัสริได้เดินทางกลับมาจากทำงานพอดี และเห็นพฤติกรรมที่เจ้าหน้าที่ทำอยู่จึงเดินเข้าไปถามว่า มาทำไม มีอะไรหรือป่าวเห็นยืนถ่ายรูปบ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่ามาทำตามหน้าที่ปฏิบัติงานมวลชนสัมพันธ์และสอบถามข้อมูลบุคคลในบ้าน แต่แม่ของนายอัสริไม่ยอมบอกและตำหนิกลับไปว่า เวลาปฏิบัติหน้าที่ต้องมีเจ้าของบ้านอยู่ก่อนแล้วค่อยเชิญออกมาถ่ายรูปทำแบบนี้เป็นการละเมิดสิทธิ์จนมีปากเสียงเล็กน้อย สุดท้ายเจ้าหน้าที่ถอยและขอตัวกลับไป

ก่อนหน้านี้ PerMAS รายงานว่า มีทหารพรานไปที่บ้านนาย ฟาเดล อดีตประธานชมรมSaudara ม.อ.ปัตตานี ปัจจุบันเป็นครูโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่งใน จ.ปัตตานี ซึ่งได้ไปร่วมกิจกรรมแฟลชม็อบ ที่มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ส.ค. แต่วันนั้นไม่มีใครอยู่บ้าน ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ในเวลานั้นนายฟาเดลไม่อยู่บ้านภายในบ้านมีแต่แม่กับยาย

PerMAS ระบุว่า เจ้าหน้าที่สอบถามว่า นายฟาเดลอยูที่บ้านหรือไม่ ต้องการสอบถามว่าได้ไปร่วมกิจกรรมแฟลชม็อบหรือไม่ เมื่อไม่พบฟาเดลเจ้าหน้าที่ได้ขอชื่อนามสกุลและหมายเลขติดต่อของคนในครอบครัวนายฟาเดล ทั้ง 6 คนไป และทิ้งท้ายว่า ให้บอกฟาเดลว่าถ้ากลับบ้านวันไหนให้ไปพบกับทหารพรานที่ค่ายในพื้นที่ การกระทำดังกล่าวทำให้ครอบครัวเป็นห่วงและกังวลอย่างมากต่อการคุกคามผู้ที่แสดงออกทางการเมืองอย่างสันติเช่นนี้

นอกจากนี้ในวันจัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจก่อนเข้างานมีการสแกนบัตรประชาชน ถ้าใครไม่มีจะต้องเขียนชื่อที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ลงในกระดาษ ภายในงานมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อสอดส่องกิจกรรมนี้เป็นการเฉพาะไม่น้อยกว่า 8 ตัว เบื้องต้น PerMAS ได้รวบรวมข้อมูลส่งให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย

เจ้าหน้าที่บุกเยี่ยมบ้านผู้ชุมนุม Flash Mob กรือเซะ อ้างดูแลความปลอดภัย

Back To Top
×Close search
Search