skip to Main Content

ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในบังกลาเทศกลุ่มที่ 2 ได้เดินทางไปยังเกาะที่ห่างไกลแห่งหนึ่งในอ่าวเบงกอลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แม้ว่าองค์การสหประชาชาติจะแสดงความกังวลต่อสวัสดิการของพวกเขา

เมื่อวันอังคาร (29 ธ.ค. 63) กองทัพเรือบังกลาเทศได้ขนย้ายชาวโรฮิงญา 1,804 คนจากค่ายผู้ลี้ภัยในค็อกซ์บาซาร์ไปยังเกาะบาชานชาร์ซึ่งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ราว 30 กิโลเมตร ตามหลังผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกจำนวน 1,642 คนที่เดินทางไปยังเกาะนี้เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ภายใต้โครงการย้ายถิ่นฐานที่ใช้งบประมาณ 370 ล้านดอลลาร์ รัฐบาลบังกลาเทศได้สร้างที่อยู่อาศัยหลายยูนิตรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นบนเกาะบาชานชาร์เพื่อรองรับผู้ลี้ภัยมุสลิมโรฮิงญาจำนวน 100,000 คน ในความพยายามลดความแออัดในค่ายผู้ลี้ภัยในค็อกซ์บาซาร์ซึ่งมีชาวโรฮิงญาอยู่กว่า 1.1 ล้านคน

มุฮัมมัด ดีน อิสลาม อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้ลี้ภัยที่ย้ายไปอยู่บนเกาะครั้งนี้บอกกับอาหรับนิวส์ว่า “ที่นี่ เรามีห้องรับแขกในบ้านของเราที่สร้างจากคอนกรีต เราได้รับความสะดวกสบายในที่พักของเรามากกว่าชีวิตในค่ายที่ค็อกซ์บาซาร์ มันเป็นสถานที่ที่ดีมาก”

เขากล่าวอีกว่า “ญาติบางคนของผมเดินทางมาที่นี่ก่อนหน้านี้พร้อมกับผู้ลี้ภัยกลุ่มแรก เมื่อพวกเขาเห็นสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่นี่ พวกเขาก็ชวนผมให้ย้ายมาเช่นกัน ผม ภริยาและลูกอีก 4 คน สมัครใจย้ายถิ่นฐานมาที่นี่”

นูรุลอิสลาม อายุ 39 ปี ผู้ลี้ภัยอีกคนหนึ่งกล่าวว่าญาติของเขาได้ย้ายมาที่นี่เป็นกลุ่มแรกแล้วบอกกับเขาว่าที่นี่เราจะมีโอกาสมีชีวิตที่ดีกว่า

“ผมได้ยินจากญาติของผมว่าบนเกาะมีโอกาสทำมาหากินมากกว่า ผมต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ ผมจะทำประมงอีกครั้งเพราะผมมีประสบการณ์ในงานนี้” เขากล่าว

มุเนาวะเราะฮ์ เบกัม อายุ 27 ปี บอกกับอาหรับนิวส์ว่า “เราต้องการสันติภาพและความสุข ฉันได้ยินว่าบาชานชาร์เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยกว่าในการดำรงชีวิต นั่นคือเหตุผลที่ฉันสมัครใจเดินทางมาที่นี่”

เธอกล่าวอีกว่า “ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทหลายครั้งระหว่างผู้ลี้ภัยโรฮิงญากลุ่มต่าง ๆ ในค็อกซ์บาซาร์ บางทีฉันรู้สึกว่าที่นั่นไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว”

ทางการบังกลาเทศกล่าว่าได้เตรียมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ลี้ภัยโรฮิงญาไว้อย่างดีภายใต้โครงการนี้ รวมถึงการสร้างงานในพื้นที่เช่น การเลี้ยงปศุสัตว์, สัตว์ปีก, เกษตรกรรมและประมง

มุฮัมมัด ชัมซุดโดซา โนยอน ผู้อำนวยการบรรเทาทุกข์และส่งกลับผู้ลี้ภัยเพิ่มเติมของรัฐบาลบังกลาเทศกล่าวว่า “เราจะเริ่มกิจกรรมเพื่อการดำรงชีพเหล่านี้เมื่อกระบวนการย้ายถิ่นฐานเสร็จสมบูรณ์และชาวโรฮิงญาได้ตั้งถิ่นฐานใหม่บนเกาะแล้ว”

“เราได้มอบกุญแจบ้านหลังใหม่ให้ผู้ลี้ภัยทุกคนที่เดินทางเมื่อวันอังคารแล้ว ในขั้นต้นพวกเขาจะได้รับอาหารปรุงสุก แต่ในไม่ช้าพวกเขาจะได้รับเตาแก๊สและอุปกรณ์ครัวเพื่อปรุงอาหารของตนเอง” เขาบอกกับอาหรับนิวส์ และว่า “อาหารปรุงสุกในขั้นต้นได้รับการสนับสนุนจากองค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGOs) ในประเทศกว่า 30 แห่งและจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีบุคลากรสาธารณสุขประจำการบนเกาะ 20 คนคอยให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพ”

อย่างไรก็ตามโครงการนี้ถูกคัดค้านจากองค์กรบรรเทาทุกข์หลายแห่ง โดยเฉพาะ UNHCR ที่ระบุว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในปฏิบัติการย้ายถิ่นฐานนี้ และแสดงความกังวลต่อความเปราะบางของเกาะดังกล่าวที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำทะเลขึ้นมาเมื่อ 20 ปีก่อน และมีความเสี่ยงต่อสภาพอากาศเลวร้ายและโอกาสที่จะถูกน้ำท่วม นอกจากนี้ยังกังวลว่าผู้ลี้ภัยที่ย้ายไปอยู่บนเกาะอาจไม่ได้กระทำตามเจตจำนงเสรีของตน

ในปี 2534 ประชาชนราว 143,000 คนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งบังกลาเทศเสียชีวิตจากเหตุพายุไซโคลนที่ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สูงกว่า 4 เมตรถล่มพื้นที่ชายฝั่ง

อย่างไรก็ตามรัฐบาลอ้างว่าเกาะบาชานชาร์ปลอดภัยเนื่องจากได้สร้างเขื่อนสูงสองเมตรเพื่อป้องกันพื้นที่ที่อยู่อาศัย

UNCHR ระบุเพิ่มเติมว่าอยู่ระหว่างการประเมินว่าจะเข้าร่วมปฏิบัติการในโครงการย้ายถิ่นฐานนี้หรือไม่ แต่การมีส่วนร่วมของหน่วยงานก็จำเป็นต้องยื่นคำร้องและได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลบังกลาเทศเช่นกัน

ที่มา : ARABNEWS

ผู้ลี้ภัยโรฮิงญาคาดหวังชีวิตที่ดีขึ้นบนเกาะบาชานชาร์ที่อยู่ห่างจากฝั่ง 30 กม.

Back To Top
×Close search
Search