skip to Main Content

ซาอุฯ คัดค้านแถลงการณ์สหรัฐฯ ที่ระบุว่านิคมชาวยิวในเวสต์แบงก์ไม่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศอีกต่อไป

กระทรวงการต่างประเทศราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียกล่าวในวันพุธ (20 พ.ย. 62) ทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ยืนยันจุดยืนปฏิเสธแถลงการณ์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของทรัมป์ที่ระบุว่า นิคมชาวยิวในเวสต์แบงก์ไม่ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศอีกต่อไป

ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐว่า หลังจากใช้เวลาศึกษาข้อถกเถียงทางกฎหมายในทุกด้านแล้วอย่างรอบคอบแล้ว คณะบริหารของทรัมป์ได้ข้อสรุปว่า “การตั้งถิ่นฐานพลเรือนอิสราเอลในเวสต์แบงก์ ไม่ใช่สิ่งที่ขัดกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศอีกต่อไป”

แถลงการณ์นี้ถือว่าสวนทางกับความเห็นทางกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่ใช้เป็นนโยบายมาอย่างยาวนาน ซึ่งระบุว่าการตั้งถิ่นฐานชาวยิวในดินแดนปาเลสไตน์นั้นผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

สันนิบาตอาหรับซึ่งซาอุฯ เป็นหนึ่งในชาติสมาชิกได้ประณามแถลงการณ์ของปอมเปโอว่าเป็น “พัฒนาการเชิงลบอย่างมาก”

อะห์มัด อบุลฆ็อยฏ์ เลขาธิการสันนิบาตอาหรับกล่าวในวันอังคารว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะส่งผลอย่างรุนแรงและโหดร้ายต่อชาวปาเลสไตน์จากน้ำมือของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล และจะบ่อยทำลายทุกความเป็นไปได้ที่จะบรรลุสันติภาพ

การกลับลำนโยบายของคณะบริหารทรัมป์ถูกประณามอย่างกว้างขวางจากนานาชาติ สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสหภาพยุโรป (EU) ได้ยืนยันจุดยืนร่วมกันของพวกเขาว่า “นิคมชาวยิวในดินแดนปาเลไสตน์ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ”

นักวิจารณ์กล่าวว่า การตั้งนิคมชาวยิวกระทบต่อดินแดนของชาวปาเลสไตน์พื้นเมืองซึ่งเป็นชาวอาหรับ กีดกันสิทธิตามธรรมชาติของพวกเขาในการเป็นเจ้าของที่ดิน และจำกัดประชากรปาเลสไตน์ส่วนใหญ่ไม่ให้ทำการเกษตรหรือกิจกรรมอื่นๆ ทีเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมบนที่ดินของพวกเขา

ทางการปาเลสไตน์ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์โจมตีจุดยืนล่าสุดของวอชิงตันว่า “สวนทางกฎหมายระหว่างประเทศโดยสิ้นเชิง” และวอชิงตัน “ไม่ผ่านการรับรองหรือมีอำนาจใดๆ ในการยกเลิกมติต่างๆ ของกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่มีสิทธิ์ในการมอบสถานะถูกกฎหมายให้นิคมชาวยิวใดๆ”

ด้านสภานิติบัญญัติปาเลสไตน์ (PLC) บอกกับอัลอะเราะบียะฮ์ว่า “การตัดสินใจครั้งนี้สวนทางกับกฎหมายและความเข้าใจระหว่างประเทศ”

“ไม่มีรัฐใด แม้แต่สหรัฐอเมริกา ที่จะสามารถเปลี่ยนกลับกฎหมายระหว่างประเทศและข้อกำหนดต่างๆ ของมัน” เพิ่มเติมว่าจุดยืนนี้ของวอชิงตันได้ทำลายความน่าเชื่อถือของคณะบริหารสหรัฐในการเป็นตัวกลางเจรจาสันติภาพอิสราเอล-ปาเลสไตน์

 

 

ซาอุฯ ค้านจุดยืนสหรัฐฯ ที่รับรองนิคมชาวยิว

Back To Top
×Close search
Search