skip to Main Content

SOUTH : “อ็อกแฟม” ดึง “อีหม่าม”ทำงานเชิงรุก “หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง” เปลี่ยนความคิด ทำงานเชิงรุก ให้ความเป็นธรรม ไม่ยอมรับความรุนแรงในครอบครัว”

.

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ชมรมมุสลีมะห์นราธิวาส และองค์การอ็อกแฟม จัดเวทีอบรมอิหม่ามและถอดบทเรียนความรุนแรงต่อผู้หญิงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ชื่อ “เปลี่ยนความคิด ทำงานเชิงรุก ให้ความเป็นธรรม ไม่ยอมรับความรุนแรงในครอบครัว” โดย นายชาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เปิดงานเมื่อวันที่ 13 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2563 ที่ชมรมอิหม่าม อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส

.

“ทำไมวันนี้ภารกิจของอิหม่ามจึงต้องทำเรื่องการขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและต้องทำให้ผู้หญิงได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริงตามบัญญัติ” นายชาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส  กล่าว

.

นายทวีศักดิ์ ดาโอะ ประธานผู้พิพากษาสมทบ ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนราธิวาส  กล่าวว่า ตนเป็นอดีตพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนราธิวาส  ทำให้ได้มีโอกาสเจอเคสความรุนแรงต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ ซึ่งในจังหวัดนราธิวาสความรุนแรงส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องมุสลิม แม้ว่ามุสลิมจะมีความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว แต่ก็ยังมีบางครอบครัวที่มีใช้ความรุนแรงอยู่

.

“คนนับถือศาสนาอิสลาม แม้จะมีความเข้าใจในเรื่องนี้ดี  แต่ก็ยังมีเคสการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นอยู่ หลายเคสสามารถไกล่เกลี่ย และพูดคุยกันในระดับพื้นที่ได้ โดยอีหม่ามในฐานะผู้นำศาสนาในพื้นที่สามารถจัดการได้ แต่บางเคสที่ไม่สามารถจัดการได้”

.

นายทวีศักดิ์ กล่าวและว่า การใช้กฎหมายความรุนแรงในครอบครัว ไม่ได้มุ่งเอาผิดเพื่อลงโทษ เป็นกฎหมายป้องปราม และเตือนสติเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว แต่หากมีการกระทำอย่างรุนแรง ก็มีความจำเป็นที่ต้องได้รับบทลงโทษ

.

สำหรับเคสความรุนแรงในครอบครัวที่กระทำต่อผู้หญิงส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาการสื่อสาร ความไม่เข้าใจกัน หรือพฤติกรรมความเบี่ยงเบนทางเพศของสามีที่ชอบใช้ความรุนแรง รวมถึงความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลักการศาสนา ที่ผู้ชายสามารถแต่งงานได้ 4 คน ก็สามารถนำไปสู่ความขัดแย้ง และการใช้ความรุนแรงในครอบครัว  โดยที่ผ่านมาทางเราพยายามให้ข้อมูลกับผู้ชาย ในเรื่องหลักการทางศาสนาอิสลาม ทั้งการสอนให้ดูแลสตรี การให้เกียรติสตรี และการปกป้องสตรี

 

“ภาพรวมงานในวันนี้ถือว่า ดีมาก เราต้องการคุยกับอีหม่าม ในฐานะผู้นำศาสนาที่อยู่ในพื้นที่ เพราะอีหม่ามเป็นบุคคลต้นน้ำที่อยู่ในชุมชน  หากเราสามารถสื่อสาร สร้างความเข้าใจกับผู้นำศาสนาในแต่ละพื้นที่ได้  ผู้นำศาสนาเหล่านี้ก็จะสื่อสารไปยังครอบครัว และคนในชุมชนที่เขาอยู่ อย่างน้อยก็สามารถช่วยบรรเทา และลดความรุนแรงในครอบครัวได้”นายทวีศักดิ์  กล่าว

.

 

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือ ทนายแวยูแฮ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ  กล่าวว่า เมื่อดูสถิติการใช้ความรุนแรงในจังหวัดนราธิวาส พบว่า สาเหตุความรุนแรงในครอบครัวส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับผู้หญิง โดยประมาณ 30 กว่า% ปัญหาสามีมีภรรยาหลายคน  และอีกกว่า 40% สามีติดยาเสพติด

.

“แม้ว่าสามีจะมีสิทธิมีภรรยาหลายคน แต่สามีก็ไม่มีสิทธิจะทำร้ายร่างกายภรรยาได้”

.

นายกมลศักดิ์  กล่าวต่อว่า ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถจะรอให้ฝ่ายรัฐเข้ามาแก้ไขปัญหา ฉะนั้นต้องมีมาตรการบางอย่างเข้ามาช่วย เช่น การทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชน โดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดให้ “โต๊ะอีหม่าม”ในฐานะผู้นำชุมชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่เกิดการใช้ความรุนแรงต่อสตรีในพื้นที่ ในกรณีที่สามีทำร้ายภรรยา อีม่ามก็สามารถรับเรื่อง และช่วยเหลือเบื้องต้นได้

.

ทั้งนี้ตนมองว่า โต๊ะอีหม่าม ควรทำหน้าที่เหมือนตำรวจ และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดคือ อัยการ ที่จะต้องทำงานร่วมกัน โดยโต๊ะอีม่ามอยู่ในชุมชน  ทำงานร่วมกับฝ่ายประนีประนอม และกลุ่มมุสลีมะห์ของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

.

“ผมในฐานะ ส.ส.ได้มองไปถึงข้อกฎหมายต่างๆที่จะต้องมีการแก้ไข ทั้ง พรบ.การบริหารองค์กรอิสลาม ปี 40 ที่ใช้มาเป็นเวลา 20 ปี ผมมองว่า น่าจะต้องมีการแก้ไขเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน” นายกมลศักดิ์   กล่าว

.

นายอัดดือนัน หะยีมะมิง คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส และอีหม่าม อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีมานานแล้ว ซึ่งอีหม่ามในฐานะผู้นำชุมชนยังขาดองค์ความรู้ใหม่ๆทำให้เวลาเคสมีปัญหาเข้ามาร้องเรียน ไม่สามารถส่งต่อ และแก้ปัญหาได้

.

“การอบรมในวันนี้ช่วยให้โต๊ะอีหม่ามในพื้นที่ต่างๆของนราธิวาส เรียนรู้กระบวนการส่งต่อเคส และจัดการความรุนแรงในครอบครัวได้ง่ายขึ้น เช่น เมื่อเกิดความรุนแรงในครอบครัว ควรส่งต่อเคสไปที่ไหน ควรแจ้งใครเข้ามาไกล่เกลี่ย และควรจัดการอย่างไร ซึ่งผู้นำศาสนาในระดับชุมชน ยังขาดองค์ความรู้ใหม่ๆ การเรียนรู้กระบวนการเหล่านี้ช่วยให้เขาทำงานง่ายขึ้น ” นายอัดดือนัน กล่าว

.

SOUTH : “อ็อกแฟม” ดึง “อีหม่าม”ทำงานเชิงรุก “หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง” เปลี่ยนความคิด ทำงานเชิงรุก ให้ความเป็นธรรม ไม่ยอมรับความรุนแรงในครอบครัว”

Back To Top
×Close search
Search