skip to Main Content

เด็กซีเรียส่วนใหญ่ขออยู่ประเทศอื่นต่อไปเพราะมองไม่เห็นอนาคตในบ้านเกิด

รายงานฉบับหนึ่งที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (9 มี.ค. 64)โดยเซฟเดอะชิลเดร้นระบุว่า เด็กพลัดถิ่นชาวซีเรียร้อยละ 86 จากจำนวน 1900 คนที่ร่วมตอบแบบสอบถามในพื้นที่ที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลควบคุมในซีเรีย, จอร์แดน, เลบานอน, ตุรกีและเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่าพวกเขาไม่สามารถจินตนาการถึงอนาคตในซีเรียได้เลย ขณะราวร้อยละ 33 กล่าวว่าพวกเขาขออยู่ในประเทศอื่นจากซีเรีย

ในมุมตรงข้ามเด็กร้อยละ 3 จากการสำรวจในตุรกี, ร้อยละ 9 ในจอร์แดนและเนเธอร์แลนด์, ร้อยละ 29 ในเลบานอน กล่าวว่าพวกเขาอยากกลับไปยังซีเรียอีกครั้ง

ลารา วัย 7 ขวบที่อาศัยอยู่กับครอบครัวในค่ายผู้พลัดถิ่นมะอาร็อตอันนุอ์มาน จังหวัดอิดลิบ บอกกับเซฟเดอะชิลเดร้นว่า “หนูอยากอยู่ในประเทศไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ซีเรีย ขอให้เป็นประเทศที่ปลอดภัย มีโรงเรียนและของเล่น”

เธอกล่าวอีกว่า “ที่นี่ไม่ปลอดภัยเลย เสียงสุนัขทำให้หนูกลัว เต็นท์ก็ไม่ปลอดภัยเหมือนกัน”

เซฟเดอะชิลเดร้นยังพบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับการเข้าถึงการศึกษาที่มีต่อมุมมองถึงอนาคตของเด็กชาวซีเรียเหล่านี้ โดยผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในยุโรปจะรู้สึกมีความหวังมากกว่าผู้ที่อยู่ในตะวันออกกลาง

เจเรมี สโตเนอร์ ผู้อำนวยการเซฟเดอะชิลเดร้นประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออกกล่าวว่า ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในซีเรียทำให้เด็กหลายคนหวาดกลัวต่ออนาคตของพวกเขา

“ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกซีเรีย เด็กที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งยังคงดิ้นรนเพื่อให้รู้สึกเหมือนพวกเขายังอยู่ที่บ้าน” สโตเนอร์กล่าว และว่า “สงคราม 10 ปี ทำให้เด็กซีเรียต้องสูญเสียวัยเด็กของพวกเขาไปแล้ว ฉะนั้นโลกไม่ควรปล่อยให้มันขโมยอนาคตของพวกเขาไปด้วย”

สโตเนอร์อธิบายต่อว่า “ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อทำให้เกิดความกลัวและการมองโลกในแง่ร้ายเกี่ยวกับความสามารถของเด็กในการสร้างชีวิตของพวกเขาในประเทศที่มีแผลเป็นจากสงคราม”

สัปดาห์ที่แล้วรายงานฉบับหนึ่งของคณะกรรมการช่วยเหลือระหว่างประเทศ (IRC) เปิดเผยว่าสถานพยาบาลส่วนใหญ่ในพื้นที่ของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลได้ถูกทำลายโดยกองทัพของประธานาธิบดีบัชชาร อัลอะสัด

ลัยลา หนึ่งในผู้พลัดถิ่นจากเมืองอฏอริบ จังหวัดอเลปโป บอกกับไออาร์ซีว่า “บ้านของฉันถูกถล่มด้วยระเบิดขณะที่ฉันกำลังตั้งครรภ์ ฉันทรมานจากการเสียเลือดในปริมาณมากและแท้งลูกจากเหตุการณ์นั้น ฉันไม่สามารถไปยังคลินิกได้เพราะกลัวจะถูกระเบิด”

สงครามกลางเมืองในซีเรียเริ่มต้นขึ้นหลังการลุกฮือประท้วงโดยสันติของประชาชนเพื่อต่อต้านรัฐบาลซีเรียในเดือนมีนาคม 2554 ซึ่งรัฐบาลได้ตอบโต้อย่างไร้ความปรานีและเปลี่ยนสถานการณ์ในประเทศให้กลายเป็นสงครามที่ซับซ้อน

นับตั้งแต่นั้นมีชาวซีเรียอย่างประมาณ 6.6 ล้านคนถูกบังคับให้ต้องลี้ภัยออกจากประเทศ และอีกราว 6.1 ล้านคนที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่นในประเทศ

ไม่มีตัวเลขของผู้เสียชีวิตที่แน่นอนเพราะหลายหน่วยงานยุติการบันทึกไปแล้ว และหลายพื้นที่ก็ยากแก่การเข้าถึง ทว่าในปี 2561 มีการประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 แสนราย

ที่มา : MEE

เด็กซีเรียส่วนใหญ่ขออยู่ประเทศอื่นต่อไปเพราะมองไม่เห็นอนาคตในบ้านเกิด

Back To Top
×Close search
Search