skip to Main Content

ตุรกีเดินหน้าปฏิบัติการสปริงชิลด์ในอิดลิบ ขณะที่ผู้ลี้ภัยทะลักเข้ายุโรปแล้วเกือบ 1.36 แสนคน

กระทรวงกลาโหมตุรกี อัพเดทข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง เกี่ยวกับปฏิบัติการณ์สปริงชิลด์ ที่จังหวัดอิดลิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย ว่าได้สังหารทหารซีเรีย 327 นาย ทำลายเครื่องบินรบ 3 ลำ, เฮลิคอปเตอร์ 8 ลำ, โดรน 3 ลำ, รถถัง 151 คัน, ปืนใหญ่วิถีโค้ง 47 กระบอก, ปืนยิงจรวด 52 กระบอก, ระบบป้องกันภัยทางอากาศ 8 แห่ง, ยานยนต์ทางทหาร 2 คัน, จรวดต่อต้านรถถัง 12 ลูก, ยานยนต์หุ้มเกราะ 24 คัน, ยานเกราะต่อสู้ 27 คัน, รถกระบะหุ้มเกราะ 34 คัน และปืนครก 4 กระบอก

ตุรกียกระดับปฏิบัติการเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยการต่อสู้ปะทุขึ้นที่เมืองซะรอกิ๊บ และอีกหลายเมืองในจังหวัดอิดลิบและอเลปโป โดยแต่ละฝ่ายผลัดกันครอบครองพื้นที่ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ โอกาสที่กองทัพตุรกีกับรัสเซียจะเผชิญหน้ากันโดยตรง ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง กลับเพิ่มสูงขึ้นอีกขึ้น เนื่องจากมีรายงานว่า รัสเซียส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ไปยังเมืองซะรอกิ๊บแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ตุรกีช่วยฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ยึดเมืองกลับไป

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตุรกีกล่าวในวันพุธว่า “ตุรกีจะยังเดินหน้ากิจกรรมทางทหารต่อไปตามแผนที่ได้วางไว้ และทหารของเรายังคงปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาเยี่ยงวีรบุรุษ”

ขณะที่ในวันพฤหัสบดีนี้ประธานาธิบดีเราะญับ ฏ็อยยิบ อัรดุฆาน ผู้นำตุรกีจะเดินทางเยือนรัสเซียเพื่อหารือโดยตรงกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดในอิดลิบ

ประชาชนเกือบ 4 ล้านคนยังคงติดค้างในพื้นที่ที่ยังมีการปะทะกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลซีเรียที่มีรัสเซียและอิหร่านสนับสนุน กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียที่มีตุรกีสนับสนุน ขณะที่มีพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1300 ราย และอีกกว่า 1.7 ล้านรายลี้ภัยมุ่งหน้าสู่ชายแดนตุรกีเพื่อเอาชีวิตรอด

สัปดาห์ที่ผ่านมาตุรกีใช้มาตรการใหม่ในการจัดการกับผู้ลี้ภัยโดยการเปิดพรมแดนให้ผู้ลี้ภัยในตุรกีสามารถเดินทางต่อไปยังยุโรปได้ ตัวเลขล่าสุดในวันพุธชี้ว่ามีผู้ลี้ภัย 135,844 คนแล้วที่เดินทางออกจากตุรกีเข้าสู่สหภาพยุโรปด้วยเรือยางผ่านทะเลเข้าไปทางชายแดนกรีซ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโพสต์ทางทวิตเตอร์

ขณะเดียวกันผู้อำนวยการด้านการสื่อสารของตุรกีก็กล่าวตำหนิสหภาพยุโรปที่มี 2 มาตรฐานในการปฏิบัติเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย หลังเสนอความช่วยเหลือด้านการเงินแก่กรีซ 700 ล้านยูโรเพื่อรับมือกับผู้ลี้ภัยระลอกใหม่ ซึ่งตุรกีมองว่าอียูเริ่มตระหนักแล้วว่ากรีซคือแนวหน้าใหม่ในการรับมือกับการบุกรุกของผู้ลี้ภัย

แม้ว่าอาจดูเหมือนว่าวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยได้สิ้นสุดลงแล้วสำหรับยุโรป แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผลกระทบที่มีต่อยุโรปนั้นอ่อนตัวลงเมื่อตุรกีต้องแบกรับภาระเหล่านี้แทน แม้ว่าอียูยังคงล้มเหลวในการปฏิบัติการข้อตกลงที่ทำร่วมกับตุรกีในปี 2016 ที่ระบุว่าตุรกีจะรับผู้ลี้ภัยจากอียูเข้าประเทศแลกกับเงินช่วยเหลือจากอียู 6000 ล้านยูโร แต่จนถึงตอนนี้อังการากลับได้รับเงินเพียงเศษเสี้ยวเดียวที่ถูกสัญญาไว้เท่านั้น

ตุรกีเดินหน้าปฏิบัติการสปริงชิลด์ในอิดลิบ ขณะที่ผู้ลี้ภัยทะลักเข้ายุโรปแล้วเกือบ 1.36 แสนคน

Back To Top
×Close search
Search