skip to Main Content
UNCHR เผยปีหน้าผู้ลี้ภัยซีเรียอาจทยอยกลับบ้าน 2.5 แสนคน

UNCHR เผยปีหน้าผู้ลี้ภัยซีเรียอาจทยอยกลับบ้าน 2.5 แสนคน

ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดเผยเมื่อวันพุธ (12 ธ.ค. 61) ว่าในปีค.ศ.2019 ประชากรซีเรียราว 2.5 แสนคนจะเดินทางกลับบ้านของพวกเขาแม้ว่าบางส่วนจะยังมีปัญหาเรื่องเอกสารและสินทรัพย์ก็ตาม

ชาวซีเรียราว 5.6 ล้านคนกระจายตัวลี้ภัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างตุรกี, เลบานอน, จอร์แดน, อียิปต์และอิรัก ตลอดช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ยังรวมถึงเด็กราว 1 ล้านคนที่เกิดในต่างแดนหลังแม่ของพวกเขาลี้ภัยออกนอกประเทศ ซึ่งรัฐบาลอะสัดได้รับรองใบเกิดในต่างแดนของพวกเขาแล้ว

อมีน เอาวาด ผู้อำนวยการ UNHCR ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ตอนนี้ โดยทั่วไปเราพูดได้ว่าสงครามในซีเรียยุติแล้ว เหลือเพียงบางพื้นที่เท่านั้นที่ยังมีการสู้รบเช่นในอิบลิบ แต่ก็อย่างที่พวกคุณรู้ว่ามีการทำข้อตกลงหยุดยิงและพื้นที่ลดความรุนแรงซึ่งครอบคลุมอิดลิบอยู่”

เขากล่าวต่อไปว่า “เมื่อสถานการณ์ในซีเรียดีขึ้นเป็นลำดับ ผู้ลี้ภัยซีเรียเหล่านี้ก็เริ่มวางแผนเดินทางกลับบ้าน เราคาดการณ์ว่าในระยะแรกตามการเรียกของเรา จะมีผู้ลี้ภัยราว 2.5 แสนคนเดินทางกลับซีเรียในปีหน้า แต่จำนวนของพวกเขาอาจจะเพิ่มหรือลดลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถทำงานเพื่อขจัดอุปสรรคต่างๆ ได้ขนาดไหน”

อย่างไรก็ตามแถลงการณ์ของสหประชาชาติยังยอมรับว่ามีอุปสรรคบางประการที่คอยขัดขวางผู้ลี้ภัยจากการเดินทางกลับบ้าน รวมถึงปัญหาด้านเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์เช่นบ้านซึ่งทางการซีเรียร้องขอ, การเกณฑ์ทหาร และบรรดากับระเบิดที่ฝังอยู่ตามถนนหนทางและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดแต่ถูกซุกซ่อนอยู่ในย่านที่พลเรือนอยู่อาศัย

นอกจากนี้ยังมีประเด็นความหวาดกลัวที่จะถูกทางการแก้แค้นซึ่งกลุ่มช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ได้อ้างถึงอยู่บ่อยครั้งและสหประชาชาติก็ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผู้ลี้ภัยไม่อยากกลับบ้าน ท่ามกลางการทำลายข้อตกลงประนีประนอมหลายฉบับและความพยายามของรัฐบาลที่จะต่อยอดอำนาจการควบคุมของพวกเขาผ่านแคมเปญการจับกุมและคุมขัง อดีตนักรบฝ่ายต่อต้านรัฐบาลบางส่วนถูกจับกุมโดยพลการ แม้แต่สมาชิกหน่วยป้องกันพลเรือน (หมวกขาว) ก็ยังตกเป็นเป้าของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม สภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากในต่างแดนก็เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ชาวซีเรียที่ลี้ภัยต่างแดนหลายคนเลือกที่จะเดินทางกลับบ้านของตน เชื่อกันว่ามีผู้ลี้ภัยซีเรียในเลบานอนตัดสินใจเดินทางกลับบ้านแล้ว 55,000 คนในปีนี้ และจากจอร์แดนอีกราว 28,000 คน หลังจากชายแดนระหว่างซีเรียและเลบานอนกลับมาเปิดทำการอีกครั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ทั้งเลบานอนและจอร์แดนถูกกล่าวหาว่าละเลยการจัดการค่ายผู้ลี้ภัยให้ดีเพื่อบีบให้ผู้ลี้ภัยตัดสินใจกลับบ้าน

สหประชาชาติเรียกร้องให้เหล่าผู้บริจาคช่วยเพิ่มทุนสนับสนุนราว 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่เหล่าประเทศเพื่อนบ้านของซีเรียเพื่อให้จัดการด้านสาธารณสุข, น้ำสะอาด, สุขาภิบาล, อาหาร, การศึกษา และการสนับสนุนด้านจิตวิทยาสังคมให้แก่เหล่าผู้ลี้ภัยซีเรีย

“สภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาทรุดโทรมลงเนื่องจากการลี้ภัยออกจากประเทศที่กินเวลาอย่างยืดเยื้อ พวกเขาบางส่วนหยิบยืมเงินจนเป็นหนี้ ส่วนมากของพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน ร้อยละ 70-80 ของพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจนในชุมชนหรือประเทศที่รับดูแลพวกเขา”

ที่มา : MEMO

UNCHR เผยปีหน้าผู้ลี้ภัยซีเรียอาจทยอยกลับบ้าน 2.5 แสนคน

Back To Top
×Close search
Search