skip to Main Content

สหรัฐฯ ค้านเสียงแข็งหลังยูเอ็นรับปาเลสไตน์เป็นประธาน G77 ปีหน้า

สหรัฐอเมริกาแสดงการคัดค้านอย่างแข็งขันหลังสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) โหวตรับรองปาเลสไตน์ในสถานะรัฐและให้อำนาจเป็นประธานกลุ่มประเทศ G77 ในปีหน้าโดยจะรับตำแหน่งต่อจากอียิปต์ในวันที่ 1 ม.ค. 2562

สมาชิก UNGA ร่วมลงคะแนนเสียงในการประชุมเมื่อวันอังคาร (16 ต.ค. 61) โดยคะแนนสนับสนุนมากถึง 146 เสียง คัดค้าน 3 เสียง คือ สหรัฐฯ อิสราเอลและออสเตรเลีย งดออกเสียง 15 เสียง

นิกกี้ ฮาเลย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติกล่าวอย่างไร้อารมณ์ในแถลงการณ์ว่า “ปาเลสไตน์ไม่ใช่รัฐสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ พวกเขายังไม่เป็นรัฐเอกราชด้วยซ้ำไป”

เธออธิบายอีกว่า “ข้อผิดพลาดในวันนี้ของสหประชาชาติกำลังบ่อนทำลายสันติภาพโดยเติมเชื้อแห่งภาพลวงตาที่ผู้นำปาเลสไตน์บางคนยังคงยึดติดกับมันว่าพวกเขาจะสามารถบรรลุเป้าหมายสันติภาพได้โดยปราศจากการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล” เธอปิดท้ายว่า “การลงคะแนนเสียงครั้งนี้ไม่ได้ช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์เลย”

ริยาฎ มันศูร ผู้แทนถาวรปาเลสไตน์ประจำสหประชาชาติ กล่าวเมื่อวันพุธชื่นชมมติล่าสุด ระบุว่าเป็น “ชัยชนะทางการเมืองครั้งใหม่ การลงคะแนนเสียงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงมุมที่ดีที่สุดของพหุพาคี และยังแสดงถึงการเคารพการตัดสินใจของกลุ่มประเทศ G77 ที่ไว้ใจให้ปาเลสไตน์ได้ทำหน้าที่ประธานกลุ่มในสมัยหน้า”

กลุ่มประเทศ G77 เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในสหประชาชาติ เป็นเวทีให้ประเทศกำลังพัฒนาใช้ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาร่วมกัน เริ่มก่อตั้งโดย 77 ประเทศในปี 15 มิถุนายน 1964 ต่อมาได้ขยายรับสมาชิกเพิ่มเป็น 134 ประเทศในปัจจุบัน ทำให้มติดังกล่าวเป็นไปตามความคาดหมาย เพราะเมื่อเดือนกันยายนมีการหารือกันภายใน G77 แล้วสำหรับการมอบตำแหน่งประธานประจำปี 62 ให้แก่ปาเลสไตน์ หวังเพิ่มอำนาจในการต่อรองของปาเลสไตน์และการได้รับความสนับสนุนบนเวทีสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ

ที่มา : PIC

 

สหรัฐฯ ค้านเสียงแข็งหลังยูเอ็นรับปาเลสไตน์เป็นประธาน G77 ปีหน้า

Back To Top
×Close search
Search