skip to Main Content
02-102-2953 info@whitechannel.tv
ชาวอียิปต์ลำบากหนัก บางส่วนต้องซื้อเศษอาหารกิน ผลจากนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจโดย IMF

ชาวอียิปต์ลำบากหนัก บางส่วนต้องซื้อเศษอาหารกิน ผลจากนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจโดย IMF

สื่ออาหรับ21 รายงานว่า ในช่วงไม่นานมานี้อียิปต์เริ่มเห็นการเติบโตของตลาดที่เรียกกันว่า “ตลาดอาหารเหลือ” หลังประชาชนต้องแบกรับโปรแกรมการปฏิรูปเศรษฐกิจของประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี

“ตลาดอาหารเหลือ” มีจำนวนมากขึ้นในกรุงไคโร เมืองหลวงของประเทศ บ้านของประชากรกว่า 20 ล้านคน โดย “อาหารเหลือ” หรือ “เศษอาหาร” จากร้านอาหารและโรงแรมจะถูกนำมาเสนอขายแก่ประชาชนในราคาประหยัด อาหารที่อยู่ในสภาพไม่เต็มร้อย ตั้งแต่เนื้อสัตว์แปรรูปไปจนถึงพาสต้า ชีสและน้ำผลไม้ก็ถูกนำมาเสนอขายเช่นกัน สินค้าจำนวนมากถูกนำออกจากบรรจุภัณฑ์แล้ว ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสินค้าที่กำลังจะซื้อนั้นผลิตจากที่ไหนและเมื่อไหร่

อะห์มัด เราะมะฎอน ลูกค้าที่มาเลือกซื้ออาหารเหลือ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ไม่มีใครสอบถามถึงความสมเหตุสมผลของสินค้าที่ซื้อ แม้มันจะมีสภาพแย่แค่ไหนพวกเขาก็ซื้อ ราคาที่ถูกเท่านั้นคือสิ่งที่พวกเขาสนใจจริงๆ”

อัสมา มุฮัมมัด ลูกค้าอีกรายกล่าวว่าเธอเคยซื้อกระดูกและคอไก่จากตลาดริมทางเพื่อนำไปทำน้ำแกงให้สมาชิกครอบครัวทั้ง 5 คนของเธอ หลังจากเธอพบว่าตัวเองไม่มีเงินพอจะซื้อสินค้าดีๆ ในราคาปกติ ที่ตลาดปกติได้

เธอเล่าต่อไปว่า “โครงกระดูกของสัตว์ปีกจะขายอยู่ที่ราคา 15 ปอนด์อียิปต์ (27.74 บาท) ขณะที่ 2 ปีที่แล้วขายที่ราคาเพียง 5 ปอนด์อียิปต์ (9.25 บาท) เท่านั้น ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำยังไงต่อหากถึงวันที่ฉันไม่มีปัญญาจะซื้อแม้แต่โครงกระดูกเหล่านี้”

เมื่อไร้การควบคุมสินค้าในตลาดอาหารเหลือ ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลถึงคุณภาพของสินค้าที่นำมาขาย และอันตรายที่อาจเกิดจากการบริโภคสินค้าเหล่านี้ ทั้งอาหารเป็นพิษและโรคอื่นๆ ที่แพร่กระจายผ่านการปนเปื้อนในเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตามประชาชนหลายพันคนที่ดิ้นรนหาเงินแต่ก็หาได้ไม่มากในแต่ละวัน สำหรับพวกเขาแล้วไม่ได้มีทางเลือกมากนัก

ราคาอาหารพื้นฐาน น้ำและเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังรัฐบาลยกเลิกการอุดหนุนราคา ซ้ำยังบังคับใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นครั้งแรกในประเทศ นโยบายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของอียิปต์ในการปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศที่กำหนดโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตามข้อตกลงที่อียิปต์ได้ทำไว้ระหว่างการขอกู้เงินจากไอเอ็มเอฟ

อย่างไรก็ตามนโยบายเหล่านี้ได้สร้างความทุกข์ยากทางการเงินให้ชาวอียิปต์หลายล้านคนที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้เส้นความยากจน พวกเขาร้องเรียนว่านับจากราคาสินค้าจำเป็นปรับตัวสูงขึ้น พวกเขาก็ไม่สามารถหาซื้อสินค้าพวกนี้ได้อีก เงินเฟ้อสูงขึ้นตามการประกาศลอยตัวค่าเงินปอนด์อียิปต์ในปี 2016 ขณะที่ปี 2018 กระทรวงการคลังประกาศว่ากำลังวางแผนเพิ่มรายได้จากภาษีสาธารณะอีก 131% ภายในปี 2022

ในการประเมินครั้งที่ 4 ของไอเอ็มเอฟ รัฐบาลอียิปต์ได้รับคำชมต่อความมุ่งมั่นในมาตรการต่างๆ และว่าอียิปต์มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็เตือนว่าบรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มมีแนวคิดที่แพร่หลายรังเกียจการเข้าไปลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่

แม้ภาระหนี้ของประเทศจะลดลงแต่การลงทุนโดยตรงในอียิปต์จากนักลงทุนต่างชาติกลับลดลงถึง 25% ในปีที่แล้วตามรายงานของธนาคารกลาง โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมก๊าซและน้ำมัน

เดือนที่แล้วประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ประกาศว่าเขาจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในประเทศจากเดือนละ 1,200 เป็น 2,000 ปอนด์อียิปต์ (3,699.27 บาท) ในความพยายามที่จะช่วยเหลือคนยากจนในประเทศ อย่างไรก็ตามไม่กี่วันก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไฟฟ้าได้ประกาศว่ารัฐบาลจะยุติการอุดหนุนค่าไฟในอีก 3 ปีข้างหน้าและจะเปิดเสรีการบริการสาธารณะอื่นๆ อย่างสมบูรณ์ ความเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนจะผลักค่าครองชีพให้สูงขึ้นอีก

 

 

ชาวอียิปต์ลำบากหนัก บางส่วนต้องซื้อเศษอาหารกิน ผลจากนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจโดย IMF

Back To Top
×Close search
Search