skip to Main Content
สามีและภรรยาเปรียบเสมือนอาภรณ์ของกันและกัน

87. ได้เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งการสมสู่กับบรรดาภรรยาของพวกเจ้าในค่ำคืนของการถือศีลอด นางทั้งหลายนั้นคือเครื่องนุ่งห่มของพวกเจ้า และพวกเจ้าก็คือเครื่องนุ่งห่มของพวกนาง(*1*) อัลลอฮ์ทรงรู้ว่า พวกเจ้านั้นเคยทุจริตต่อตัวเอง(*2*) แล้วพระองค์ก็ทรงยกโทษให้แก่พวกเจ้า และอภัยให้แก่พวกเจ้าแล้ว บัดนี้พวกเจ้าสมสู่กับพวกนางได้ และแสวงหาสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดให้แก่พวกเจ้าเถิด(*3*) และจงกิน และดื่ม จนกระทั่งเส้นขาว(*4*) จะประจักษ์แก่พวกเจ้า จากเส้นดำ(*5*) เนื่องจากแสงรุ่งอรุณ แล้วพวกเจ้าจงให้การถือศีลอดครบเต็มจนถึงพลบค่ำ และพวกเจ้าจงอย่าสมสู่กับพวกนางขณะที่พวกเจ้าเอียะติก๊าฟ(*6*)อยู่ในมัสยิด นั่นคือบรรดาขอบเขตของอัลลอฮ์ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าเข้าใกล้ขอบเขตนั้น ในทำนองนั้นแหละอัลลอฮ์จะทรงแจกแจงบรรดาโองการของพระองค์แก่มนุษย์ เพื่อว่าพวกเขาจะได้ยำเกรง

(1) อัลลอฮ์ทรงเปรียบเทียบว่าภรรยานั้นประหนึ่งเครื่องนุ่งห่มของสามี และสามีนั้นประหนึ่งเครื่องนุ่งห่มของภรรยาเพราะต่างฝ่ายต่างให้ความอบอุ่น และให้ความสุขซึ่งกันและกัน เฉกเช่นเครื่องนุ่งห่มที่ให้ความอบอุ่นและให้ความสุขแก่ผู้ที่สวมใส่กระนั้น
(2) ในตอนเริ่มแรกของการถือศีลอดในเดือนรอมฏอนนั้น หลังจากละหมาดอีซาฮ์แล้วหรือหลังจากนอนหลับแล้วห้ามมิให้สมสู่ภรรยา และบริโภคสิ่งใด ๆ จนกว่าจะถึงเวลาพลบค่ำของวันรุ่งขึ้น มีผู้คนจำนวนมากทำการสมสู่กับภรรยาของตนในเวลาต้องห้ามดังกล่าว ผู้หนึ่งในจำนวนนั้นคือซัยดินาอุมัร ท่านจึงได้ปรับทุกข์แก่ท่านนะบีในเรื่องนี้ และอายะฮ์นี้ก็ถูกประทานลงมาอนึ่ง ความที่ว่า “หลังจากละหมาดอีซาฮ์ หรือหลังจากนอนกหลับแล้ว” นั้น เป็นรายงานที่มาจากอิบนิอับบาส ทั้งสองรายงานกล่าวคือ รายงานหนึ่งระบุว่า “หลังจากละหมาดอีซาฮ์แล้ว” และอีกรายงาหนนึ่งระบุว่า “หลังจากนอนหลับแล้ว”
(3) แสวงหาผู้ที่จะสืบสายโลหิต และผลานิสงส์ในการประกอบอิบาดะฮ์ในค่ำคืน อัล-ก็ดดริ ดังกล่าวนี้เป็นทรรศนะที่ระบุอยู่ในตัฟซีรต่างๆ
(4) หมายถึงแสงสว่างของรุ่งอรุณ
(5) หมายถึงความมืดของกลางคืน
(6) คือเข้าประจำอยู่ที่มัสยิด เพื่อประกอบอิบาดะฮ์ใน 10 คืนหลังของรอมฏอน

สามีและภรรยาเปรียบเสมือนอาภรณ์ของกันและกัน

Back To Top
×Close search
Search