skip to Main Content

WHO ชี้ผู้ป่วยกาซ่าถูกปฏิเสธส่งตัวรับการรักษานอกพื้นที่ปิดล้อมร้อยละ 40

องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาทางการอิสราเอลปฏิเสธหรืออนุญาตคำขอของผู้ป่วยชาวกาซ่าอย่างล่าช้า 2 ใน 5 คน ที่ต้องการเข้ารับการรักษาพยาบาลนอกพื้นที่ปิดล้อม หรือคิดเป็นร้อยละ 40

ในช่วงเวลาดังกล่าวชาวปาเลสไตน์ 2 คน วัย 5 ขวบและ 22 ปี เสียชีวิตระหว่างรอการอนุมัติให้ออกนอกพื้นที่เพื่อรับการรักษา

ยูสุฟ ซูรุบ วัย 22 ปี มีอาการปอดบวมรุนแรงและพลาดการนัดตรวจรับการรักษาหลายครั้งที่โรงพยาบาลมะกาสิดในเยรูซาเล็มตะวันออก หลังคำขอออกนอกฉนวนกาซ่าของเขาถูกทางการอิสราเอลทำให้ล่าช้าออกไป หมายนัดของเขาในวันที่ 16 กรกฎาคม เขาถูกกักตัวไว้ที่จุดตรวจ ณ ด่านอีเรซที่เชื่อมต่อกาซ่า-อิสราเอล โดยกองกำลังความมั่นคงเรียกตัวเขาไปสอบสวน อย่างไรก็ตามเขากลับมาเสียชีวิตในโรงพยาบาลยูโรเปียนกาซ่าในวันเดียวกันนั้น

รายงานการส่งผู้ป่วยประจำเดือนในฉนวนกาซ่า WHO กล่าวว่า ผู้ป่วยร้อยละ 42.6 พบว่าคำขอของพวกเขาถูกปฏิเสธหรือทำให้ล่าช้า โดย 45 จาก 1,847 กรณี คำร้องขอส่งตัวของพวกเขาถูกปฏิเสธ ขณะที่คำร้องอีก 742 กรณีถูกทำให้ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลจนกระทั่งผู้ป่วยเหล่านั้นพลาดนัดกับทางโรงพยาบาล

ในจำนวนดังกล่าวมีเยาวชน 153 คน และผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี รวม 89 คนที่ถูกปฏิเสธคำร้องส่งตัว

ขณะที่คำร้องของคนรู้จักหรือคนใกล้ชิดของผู้ป่วยส่วนมากที่ขอเดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อดูแลผู้ป่วยในเดือนมิถุนายนถูกปฏิเสธหรือทำให้ล่าช้าเช่นกัน โดยมีผู้ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกไปพร้อมผู้ป่วยเพียงร้อยละ 47.7 จากทั้งหมด 2,013 กรณีเท่านั้น

รายงานยังระบุว่า ผู้ป่วย 94 ราย เป็นชาย 57 ราย หญิง 37 ราย ถูกเรียกตัวไปสอบสวนโดยกองกำลังความมั่นคงอิสราเอล ณ จุดตรวจอีเรซในเดือนกรกฎาคม ในจำนวนนั้นมีเพียง 5 รายเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปรับการรักษานอกพื้นที่ภายหลังการสอบสวน

ที่มา : MEMO

 

WHO ชี้ผู้ป่วยกาซ่าถูกปฏิเสธส่งตัวรับการรักษานอกพื้นที่ปิดล้อมร้อยละ 40

Back To Top
×Close search
Search