skip to Main Content
ประธานาธิบดี บัรร์ฮัม ซอและห์แห่งอิรัก แถลงผ่านสื่อโทรทัศน์เมื่อวานนี้ว่า รายได้เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ทางการได้จากการขายน้ำมันตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา มีอยู่ประมาณ 150,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกปล้นไปจากอิรัก นับตั้งแต่สหรัฐฯนำกองกำลังพันธมิตร บุกโค่นรัฐบาล ซัดดัม ฮุสเซน เมื่อปี 2003
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ซอและห์ ได้เสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการทวงคืนเงินทุนทุจริตต่อรัฐสภา โดยระบุว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ จะช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ประชาชาติอิรัก ทวงคืนเงินรายได้ที่ถูกปล้นไปจากการทำสัญญาทุจริต และนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
เขาเชื่อว่าวงเงินที่ถูกขโมยไปมากพอที่จะฟื้นสถานะ ทางการคลังของอิรักให้ดีขึ้นได้ และร่างกฎหมายใหม่จะช่วยแก้ไขปัญหาการทุจริตฉ้อโกง ที่ลิดรอนโอกาสประชาชนในการเข้าถึงความร่ำรวยของประเทศมานานหลายปี
วันนี้ผมขอย้ำข้อเรียกร้องของอิรัก ที่เราได้กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติไปแล้วว่า ขอให้มีการตั้งกลุ่มพันธมิตรนานาชาติเพื่อต่อต้านการคอรัปชัน ในลักษณะเดียวกับพันธมิตรต่อต้าน ISIS (กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส) ลัทธิก่อการร้ายจะถูกกำจัดหมดไปได้ ก็ต่อเมื่อเราปิดกั้นแหล่งเงินทุนของพวกเขา ที่มาจากการทุจริตคอรัปชัน
ทั้งนี้อิรักยังคงล้มเหลวในการฟื้นคืนเสถียรภาพ หลังตกอยู่ท่ามกลางสงครามและมาตรการคว่ำบาตรมาหลายสิบปี โดยตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมามีชาวอิรักหลายร้อยคน ที่ต้องเสียชีวิตจากการเดินขบวน ต่อต้านพฤติกรรมทุจริตของรัฐบาล ตลอดจนปัญหาการว่างงาน และบริการขั้นพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าและน้ำสะอาดที่ยังไม่เพียงพอ
ขอบคุณ MGR

WORLD : อิรักโวยถูกปล้นเงินรายได้จากน้ำมัน $1.5 แสนล้าน นับตั้งแต่สหรัฐฯ โค่น ‘ซัดดัม’

Back To Top
Search