20ตุลาคม2560 จนท.มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาภูเก็ต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.โคกกลอย เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีล่วงละเมิด ดญ.วัย15 เพื่อให้ทางตำรวจรวบรวมข้อมูลและประกอบสำนวนคดีต่อไป

แต่อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ทาง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็เคยออกมาพูดว่ามีข้อกังวลต่อขั้นตอนกระบวนการสืบสวนสอบสวน และการดูแลเด็กในฐานะผู้เสียหาย และครอบครัว โดยเฉพาะยังขาดมิติเรื่องความอ่อนไหวต่อเพศสภาพ

#ดาริส_เส็นธนู


17ตุลาคม2560 มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาตรังและสาขาภูเก็ต ลงพื้นที่หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่ามีประชาชนในเขตพื้นที่ จ.ตรัง ใช้สัญลักษณ์ของอิสลามนำไปใช้ในพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักการศาสนา ซึ่งเกรงว่าอาจจะเข้าใจผิดและอาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ไม่ถูกต้องต่อหลักความเชื่อของอิสลาม (ชมคลิบรายงาน)


คืบหน้าโต๊ะอาดัม ตรัง

15:00น.(17ตุลาคม2560) สำนักข่าวไวท์ลงพื้นที่ติดตามมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาตรังและสาขาภูเก็ต ประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้สัญลักษณ์ที่สื่อไปในทางศาสนาอิสลามในลักษณะที่คลาดเคลื่อนต่อความเชื่อของอิสลาม ในเขตพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง
#ดาริส_เส็นธนู


บรรยากาศการละหมาดญานาซะฮฺ(ละหมาดให้แก่ผู้ที่เสียชีวิต)คุณอบูบักรหรือบำรุง สำเภารัตน์ อดีตประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดภูเก็ต ณ มัสยิดอัลอิศละฮ์ บ้านคอเอน หมู่ 2 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมี ฯพณฯ อาศิร พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี และบุคคลคนสำคัญทั้งมุสลิมและต่างศาสนิก มาร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวร่วมกว่า500คน
คุณบำรุง สำเภารัตน์ ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่สร้างคุณานุประโยชน์ต่อสังคมมุสลิมภูเก็ตมาอย่างยาวนาน และดำรงตำแหน่ง ปธ.กอจ.ภูเก็ต ถึง3สมัย นอกจากนี้ยังได้รับคัดเลือกเป็นพ่อดีเด่นของภูเก็ตประจำปี2556อีกด้วย และบั้นปลายชีวิตของท่านคือการก่อตั้งโรงเรียนและมูลนิธิบำรุง-ผกา
และในโอกาสนี้ทางสำนักข่าวไวท์ขอแสดงความเสียแก่ครอบครัวสำเภารัตน์ มา ณ โอกาส

#ดาริส_เส็นธนู


เมื่อวันอาทิตย์ที่1ตุลาคม2560 ที่ผ่านมา มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ทุกสาขา ได้เข้าเยี่ยมเยียนคณะครูอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนฮันฮารุ้นอูลูม หรือปอเนาะคลองกำ ตั้งอยู่ที่ ม.3 ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้กำลังแก่เยาวชนที่พลาดพลั้งและการเก็บข้อมมูลเพื่อหาทางเข้ามาช่วยเหลือในด้านต่างๆที่สามารถช่วยได้ โดยจะให้ทางมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขากระบี่นั้นเร่งรีบจัดทำข้อมูลเพื่อหาแนวทางที่สามารถช่วยเหลือได้
นายอนุรักษ์ กิ่งเล็ก หรือบาบออับดลรอซักของเยาวชนที่นี้ และเป็นผู้รับใบอนุญาตฯได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวไวท์ ว่าในอดีตนั้นตนเปิดสถาบันแห่งนี้ก็หวังว่าเป็นเหมือนสถาบันสอนศาสนาควบคู่สามัญเหมือนๆกับสถาบันทั่วไป โดยนักเรียนส่วนใหญ่ก้เป็นคนในท้องที่ แต่ต่อมาได้มีผู้ปกครองจากต่างจังหวัดนำบุตรหลานที่ประสบปัญหายาเสพติดเข้ามาเพื่อขอให้ทางโรงเรียนได้ดูแล ซึ่งในช่วงแรกตนนั้นก็ไม่อยากจะรับเนื่องจากว่าส่วนตัวก็ไม่มีประสบการณ์ในการดูแลบุคคลกลุ่มนี้มาก่อน แต่พอเห็นน้ำตาของผู้ปกครองที่ทุกข์ร้อนใจกับสังคมภายนอกและตัวเองก็ยอมรับว่าไม่มีความสามารถที่จะดูแลบุตรหลาน โดยหวังว่าสิ่งแวดล้อมของศาสนาจะทำให้เด็กดีขึ้น จากวันนั้นเป็นต้นมาก็เริ่มมีผู้ปกครองนำบุตรหลานที่ประสบปัญหาด้านยาเสพติดพามาสมัครที่โรงเรียนแห่งนี้มากขึ้นๆ จากหลักสิบกลายเป็นหลักร้อยจนกระทั่งในปัจจุบันเป็นหลักพันและมีเยาวชนรวมไปถึงผู้สูงอายุที่บุตรหลานพามาอยู่ที่นี้ทั่วสารทิศ(ตัดสัมภาษณ์)
และในโอกาสนี้ทาง อ.ฏอฮา ไชยเลิศ ที่ปรึกษา มมส.ภก เป็นตัวแทนของ มมส.ได้บรรยายพิเศษและให้กำลังแก่เยาวชนสถาบันฮันฮารุ้นอูลูมแห่งนี้อีกด้วย
ในปัจจุบันโรงเรียนฮันฮารุ้นอูลูม หรือปอเนาะคลองกำแห่งนี้กำลังประสบปัญหาเรื่องความแออัดและแม้ที่นี้จะมีเนื้อที่กว่า4ไร่ก็ตาม แต่จำนวนนักเรียนกว่า1,500คนนั้น ทำให้สถานที่แห่งนี้เล็กไปทันที แต่อย่างไรก็ดีทางนายอนุรักษ์ กิ่งเล็ก หรือบาบออับดลรอซัก นั้นได้ย้ำกับคณะของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติและสำนักข่าวไวท์ ว่าสถาบันแห่งนี้แม้นอาจจะประสบปัญหาด้านต่างๆ แต่ด้วยกับความตั้งใจที่อยากให้กลุ่มเยาวชนเหล่านี้ได้เปลื่ยนแปลงตัวเองและกลับไปใช้ชีวิตในสังคมโดยหวังว่าจะเอาคำธรรมคำสอนของศาสนาที่ได้รับกลับไปดำรงชีวิตและเป็นกำลังของประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป
#ดาริส_เส็นธนู

(มีคลิบ)


 

ภารกิจมอบซิกอยะฮฺอาหารและน้ำแก่บรรดาฮุจญาจ ณ ทุ่มมินา โดยฮุจญาจอัตตาอิบูน เสร็จสิ้นสมบูรณ์ รวมเป็นเงินมูลค่ามากกว่า 6,000 ริยัล (ประมาณ 60,000 กว่าบาทไทย) อัลฮัมดุลิลลาฮ…


คืบหน้า คดีเด็กหญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศที่ จ.พังงา และสำนักข่าวไวท์ยืนยันจะนำเสนอความจริงต่อไปแม้จะถูกคุกคาม

ตลอดระยะเวลา2เดือนที่ผ่านมาที่ทางสำนักข่าวไวท์ ได้ติดตามและนำเสนอข่าวกรณีเด็กหญิงในเขตพื้นที่ จ.พังงา ที่ถูกละเมิดทางเพศจากคนบางกลุ่มที่อยู่ในหมู่บ้านและต่างหมู่บ้านของเธอ และหน่วยงานต่างๆในจังหวัดก็ได้เข้ามาดูแลและช่วยเหลือเยียวยาและนำครอบครัวของเธอไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย ล่าสุดได้มีการเข้าแจ้งความเพิ่มเติมถึงกลุ่มคนร้ายที่ล่วงละเมิดเธอกว่า40ราย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แจ้งความและอยู่ในกระบวนการของศาลไปแล้ว3ราย

สุดท้ายแม้การนำเสนอของเราและ จนท.มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ จะถูกคุกคามและพยายามขัดขวางการนำเสนอและการทำงาน อย่างไรก็ตาม เราก็พร้อมที่จะยืนหยัดในการนำเสนอความจริงด้วยจรรณยาบรรณของเราและขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายต่อสู้ด้วยกระบวนการยุติธรรมทางกฏหมายของบ้านเมืองที่เราทุกคนมีอยู่